วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 บราซิล VS นอร์เวย์

เริ่มโดย IQPower, ก.ค 04, 2026, 02:12 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

IQPower





ล้างแค้น 28 ปี ไม่สาย! "แซมบ้า" จัดหนักอึ้งเต็มสูบวัดคม "นักรบไวกิ้ง" ชี้ชะตาสมรภูมิเดือดรอบ 16 ทีม!


บอลโลก 2026 | บราซิล VS นอร์เวย์ (สนามกลาง) | รอบ 16 ทีม สุดท้าย | วันจันทร์ที่ 06 กรกฎาคม 2026 (กลางคืนวันอาทิตย์) | เวลา 03:00 น.

พรีวิว

28 ปีหลังจากที่เคยพบกันเพียงครั้งเดียวในศึกฟุตบอลโลก ขุนพลทีมชาติบราซิล และ ทีมชาตินอร์เวย์ ต้องโคจรมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อแย่งชิงตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลก 2026 ทัพแซมบ้า ของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ โชว์ความใจสู้พลิกนรกจากที่ตามหลัง หวนกลับมาเอาชนะ ขุนพลทีมชาติญี่ปุ่น ได้แบบสุดมันส์ 2-1 ขณะที่ทัพนักรบไวกิ้ง ที่หวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้ง ก็เฉือนชนะ ขุนพลทีมชาติไอวอรีโคสต์ ด้วยสกอร์เดียวกัน โดยได้ลูกชัยช่วงท้ายเกมจากความเฉียบคมของ เออร์ลิง ฮาลันด์

แมตซ์ พรีวิว

บราซิล

ก่อนลงฟาดแข้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่นิวเจอร์ซีย์ ขุนพลทีมชาติบราซิล ย่อมตระหนักดีถึงสถิติอันย่ำแย่ที่พวกเขาไม่เคยเอาชนะคู่แข่งในสุดสัปดาห์นี้ได้เลยจากการพบกัน 4 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยแมตช์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดเกิดขึ้นที่สนามสตาด เวโลโดรม เมื่อกว่า 28 ปีที่แล้ว เมื่อยักษ์ใหญ่จากอเมริกาใต้ ปล่อยให้สกอร์ที่นำอยู่ 1-0 หลุดมือจนพ่ายไปในช่วงท้ายเกม แม้ว่าผลการแข่งขันนัดนั้นจะกำเนิดขึ้นในขณะที่ทัพแซมบ้า การันตีการเป็นแชมป์กลุ่มไปแล้วก็ตาม ตัดภาพมาที่ปี 2026 แชมป์โลก 5 สมัยก็ยังคงไม่สามารถปราบ ขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ ลงได้ โดยครั้งล่าสุดที่พบกันคือการสม่ำเสมอกัน 1-1 ในเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2006 สถิติเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับ คาร์โล อันเชลอตติ ที่เกือบจะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วง หากลูกทีมของเขาไม่สามารถก้าวข้าม ทีมชาติญี่ปุ่น ที่ฮิวสตัน ได้ โดยในนัดนั้น ไคชู ซาโนะ ยิงให้ขุนพลซามูไรบลู ขึ้นนำไปก่อนในครึ่งชั่วโมงแรก แต่กุนซือชาวอิตาลี ตัดสินใจทุ่มสุดตัวในช่วงครึ่งหลังด้วยการเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4-2-4 หลังจากส่ง เอนดริก ลงสนาม ซึ่งการตัดสินใจนั้นก็ผลิดอกออกผล เมื่อ กาเซมีโร โหม่งตีเสมอได้ก่อนครบชั่วโมง และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี มาพังประตูชัยในนาทีที่ 5 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ทำให้ ขุนพลทีมชาติบราซิล รอดพ้นจากการตกรอบ ทว่านับตั้งแต่คว้าแชมป์เมื่อปี 2002 เวทีฟุตบอลโลก ก็นำมาซึ่งความเจ็บปวดให้กับแชมป์ 5 สมัยมาโดยตลอด โดยพวกเขาทำได้ดีที่สุดเพียงการเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 2 ครั้ง ซึ่งคั่นกลางด้วยผลงานอันน่าผิดหวังในฐานะเจ้าภาพเมื่อปี 2014 ตอนนี้ คาร์โล อันเชลอตติ ต้องพาทีมลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง โดยหวังที่จะหลบเลี่ยงการตกรอบที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่พ่ายให้กับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ทีมชาติอาร์เจนตินา ในรอบเดียวกันนี้เมื่อปี 1990

นอร์เวย์

มีผู้เล่นเพียง 9 คนในขุมกำลังชุดขณะนี้ของ ขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ ที่เกิดทันในตอนที่ทัพนักรบไวกิ้ง สร้างความตื่นตะลึงด้วยการล้ม ทีมชาติบราซิล ที่มาร์กเซย เมื่อหลายปีก่อน โดยมีเพียง ออร์ยาน นีลันด์ ผู้เฝ้าเสาวัย 35 ปี ที่น่าจะเป็นคนเดียวที่มีความทรงจำอันยาวนานเกี่ยวกับความสำเร็จพลิกนรก 2-1 ในครั้งนั้น แม้ว่าคู่แข่งของพวกเขาในสุดสัปดาห์นี้จะยังคงเป็นทีมที่น่าเกรงขาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้อลังการเหมือนเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียวนี้ก็น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับทัพแซมบ้า ที่ฟอร์มผีเข้าผีออกในทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาเหนือ ทางฝั่งของ ขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ เองก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำประตูคู่แข่งในศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างไม่ขาดสาย โดยทีมจากยุโรป ทีมนี้สามารถยิงประตูและเสียประตูได้ในทุกนัดนับตั้งแต่หวนกลับมาเข้าร่วมการแข่งขัน ลูกทีมของ สตาเล โซลบัคเคน คว้าชัยได้ทุกนัดยกเว้นเกมที่ต้องดวลกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ในนัดส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งพวกเขาจัดชุดสำรองลงสนามและถูกทีมเต็งแชมป์ถล่มยับเยิน 4-1 อย่างไรก็ดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในทีมเต็ง คาดว่าพวกเขาจะจัดทัพชุดที่แข็งแกร่งที่สุดลงสนามและมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ล้มยักษ์บนเวทีระดับโลกได้อีกครั้ง
 

ฟอร์มล่าสุด

บราซิล (ฟุตบอลโลก) : ตลอดเวลา ชนะ ชนะ ชนะ

บราซิล (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ตลอดเวลา ชนะ ชนะ ชนะ

นอร์เวย์ (ฟุตบอลโลก) : ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ

นอร์เวย์ (ทุกรายการ) : ชนะ เป็นนิสัย ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ
 

สภาพความพร้อมของทีม

บราซิล

ทัพแซมบ้า หมดสิทธิ์ใช้งาน ราฟินญา ที่มีความเจ็บป่วยไปก่อนหน้าที่จะเกิดแล้ว และยังต้อง รอเช็คความฟิต ของ ลูคัส ปาเกตา และ กาเซมีโร โดยรายแรกถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งของเกมพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ส่วน กาเซมีโร ถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี จะทำประตูชัยได้ไม่นาน แม้หลายคนจะเชื่อว่าอดีตตัวกลาง เรอัล มาดริด น่าจะพร้อมลงสนาม แต่ ลูคัส ปาเกตา น่าจะถูกแทนที่โดย ดานีโล ซานโตส ในแดนกลาง ขณะที่ มาเธอุส คุนญา แม้จะไม่สามารถบวกประตูเพิ่มจาก 3 ประตูที่ทำได้ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 65 แต่ตัวรุกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายนี้น่าจะยังคงรักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ ทำให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ต้องหย่อนตัวรอโอกาสทองที่ข้างสนามต่อไป ด้าน คาร์โล อันเชลอตติ น่าจะยังคงยึดระบบ 4-3-3 สำหรับเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันอาทิตย์นี้ โดยหลบเลี่ยงที่จะเปิดหน้าแลกตั้งแต่ต้นเกมด้วยการใช้งาน เอนดริก เป็นตัวจริง ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ทำผลงานได้อย่างร้อนจัดแรงในศึกฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ด้วยการยิงไปแล้ว 4 ประตูและทำอีก 1 แอสซิสต์ ซึ่งปีกตัวเก่งรายนี้ก็พร้อมที่จะกรายหน้านิมิตผลงานอย่างไม่ขาดสาย
 

นอร์เวย์

ทางฝั่งของทัพนักรบไวกิ้ง จะยังคงไม่มี จูเลียน ไรเออร์สัน ที่ไม่ได้ลงเล่นเลยนับตั้งแต่รับมาบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 13 ของเกมพบกับ ขุนพลทีมชาติเซเนกัล แม้จะมีรายงานว่าเขาใกล้จะหายจากอาการบาดเจ็บที่ต้นขา ซึ่งทำให้เขาพลาดลงสนามในเกมพบกับ ทีมชาติฝรั่งเศส และ ทีมชาติไอวอรีโคสต์ แล้วก็ตาม ในแดนหน้า เออร์ลิง ฮาลันด์ ตะบันไปแล้ว 5 ประตูในการประเดิมสนามศึกฟุตบอลโลก ทำให้เขาตามหลังผู้นำดาวซัลโวอย่าง ลิโอเนล เมสซี และ คีลิยัน เอ็มบัปเป เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น สถิติการยิงประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ คิดเป็น 50% ของจำนวน 10 ประตูที่ทัพนักรบไวกิ้ง ทำได้ โดยมีผู้เล่นอีก 4 คนที่ทำได้คนละ 1 ประตู และลูกทีมของ สตาเล โซลบัคเคน ยังได้ประโยชน์จากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่งอีกด้วย นอกจากนี้ มาร์ติน โอเดการ์ด และ แพทริค เบิร์ก ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นด้วยการทำไป 3 และ 2 แอสซิสต์ตามลำดับ ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการเป็นหัวใจในเกมรุกของทีม
 

คาดการณ์ผู้เล่น

บราซิล : อลีสซง; ดานีโล, มาร์กินญอส, กาเบรียล, ดักลาส ซานโตส; กิมาไรส์, กาเซมีโร, ดานีโล ซานโตส; รายาน, คุนญา, วินิซิอุส จูเนียร์

นอร์เวย์ : นีลันด์; พีเดอร์เซน, อาเยอร์, เฮกเกม, โวล์ฟ; โอเดการ์ด, เบอร์เก, เบิร์ก; ซอร์ลอธ, ฮาลันด์, นูซา
 

วิเคราะห์คาดการณ์

แมตช์นี้ถือเป็นการเผชิญหน้ากันของสองทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลก โดยที่ ขุนพลทีมชาติบราซิล มุ่งมั่นที่จะลบฝันร้ายจากสถิติอันย่ำแย่ที่ไม่เคยเอาชนะ ขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ ได้เลยตลอดการพบกัน 4 ครั้งที่ผ่านมา ทัพแซมบ้า ภายใต้การนำทัพของ คาร์โล อันเชลอตติ แสดงให้เห็นถึงความตายยากจากการพลิกสถานการณ์ในนัดที่แล้ว แต่เกมตั้งรับของพวกเขายังมีจุดอ่อนที่อาจถูกลงโทษได้ โดยเฉพาะการประกบตัวของ มาร์กินญอส ที่มักจะเสียเปรียบเมื่อต้องรับมือกับกองหน้าที่มีรูปร่างไพศาลโตและแข็งแกร่ง ซึ่งเข้าทางอาวุธหนักของทัพนักรบไวกิ้ง อย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่กำลังกระหายในการถล่มประตูเพื่อแย่งชิงตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์อย่างเต็มที่ ผนวกกับการสร้างสรรค์เกมอันยอดเยี่ยมของ มาร์ติน โอเดการ์ด ยิ่งทำให้เกมรุกของทีมจากยุโรป ดูอันตรายและคาดเดาได้ยากมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ ขุนพลทีมชาตินอร์เวย์ จะมีเกมรุกที่ดุดันด้วยสถิติการทำประตูในทุกแมตช์ที่ลงเล่น ทว่าพวกเขาก็มีสถิติการเสียประตูในทุกแมตช์เช่นเดียวกัน จุดบกพร่องในแนวรับตรงนี้จะเป็นช่องโหว่ชิ้นโตให้แนวรุกสุดจี๊ดจ๊าดของ ทีมชาติบราซิล ที่นำโดยฟอร์มอันร้อนแรงของ วินิซิอุส จูเนียร์ และความเฉียบคมของ มาเธอุส คุนญา เข้ามาป่วนและฉกฉวยจังหวะได้โดยไม่มีเงื่อนไขข้อสงสัย รูปเกมคาดว่าจะออกมาอย่างสูสีและเปิดหน้าแลกกันอย่างมันส์ตลอดทั้ง 90 นาที แต่ด้วยขุมกำลังที่ดูจะครบเครื่อง มีทีเด็ดทีขาด และหลากหลายกว่าในพื้นที่อันตราย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แชมป์โลก 5 สมัย เบียดพิชิตไปได้แบบหวุดหวิด
 

คาดการณ์สกอร์ : บราซิล 3-2 นอร์เวย์
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

   
   ทีมชนะ: บราซิล - แม้ทัพนักรบไวกิ้ง จะมีเกมรุกที่อันตราย แต่เกมตั้งรับของพวกเขายังเสียประตูง่ายทุกนัด ทัพแซมบ้า ที่มีอาวุธหนักในแดนหน้าหลากหลายกว่าจะสามารถเจาะตาข่ายและเบียดก้าวข้ามไปได้ในท้ายที่สุด
   
   
   สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทีมชาตินอร์เวย์ มีสถิติทั้งยิงและเสียประตูทุกเกมในทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะที่ ขุนพลทีมชาติบราซิล ก็มีเกมรุกที่เฉียบขาดแต่เกมตั้งรับยังมีช่องโหว่ ทำให้มีโอกาสสูงที่สกอร์รวมจะทะลุ 3 ประตู
   
   
   Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - ทัพแซมบ้า ต้องเผชิญหน้ากับกองหน้ามหากาฬอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่พร้อมโจมตีจุดอ่อนในแนวรับ ขณะที่ขุนพลของ คาร์โล อันเชลอตติ ก็มีแนวรุกที่พร้อมผลิตสกอร์ได้ตลอดเวลาเช่นกัน
   
   
   ทีมได้ประตูแรก : นอร์เวย์ - ด้วยจุดอ่อนของแนวรับ ขุนพลทีมชาติบราซิล ในการรับมือกับลูกกลางอากาศและความแข็งแกร่ง ทัพนักรบไวกิ้ง ที่มีทีเด็ดจากทั้ง เออร์ลิง ฮาลันด์ และลูกตั้งเตะของ มาร์ติน โอเดการ์ด มีลุ้นที่จะฉวยช่องทางเลือกพังประตูขึ้นนำไปได้ก่อน

แหล่งที่มา: วิเคราะห์บอล บอลโลก 2026 บราซิล VS นอร์เวย์

Tags : ufabet7979 , เว็บตรงยูฟ่าเบท , ทางเข้าufabet7979